ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี: ประสิทธิภาพการป้องกันของฟิล์มนิรภัยสำหรับกระจกได้รับการยกระดับ และความทนทานต่อแรงกระแทกเพิ่มขึ้นถึง 300% ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการปกป้องในอุตสาหกรรมฟิล์มนิรภัย
นวัตกรรมทางเทคนิค: โครงสร้างคอมโพสิตหลายชั้น ประสิทธิภาพการป้องกันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ฟิล์มกันแตกสำหรับกระจกอาคารรุ่นใหม่ใช้การออกแบบโครงสร้างคอมโพสิตหลายชั้นขั้นสูง ซึ่งประกอบขึ้นอย่างแม่นยำจากวัสดุหลายชั้น เช่น วัสดุรองพื้นโพลีเอสเตอร์ความแข็งแรงสูง ชั้นเคลือบโลหะ ชั้นเคลือบนาโน และกาวชนิดพิเศษ การออกแบบโครงสร้างที่เป็นนวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและการฉีกขาดของฟิล์มกันแตกเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติการป้องกันการเจาะทะลุและการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลการทดลอง ฟิล์มกันแตกรุ่นใหม่นี้ช่วยลดโอกาสการแตกของกระจกได้ถึง 80% และลดระยะการกระเด็นของเศษกระจกได้ถึง 90% ภายใต้แรงกระแทกเดียวกัน ช่วยปกป้องชีวิตของผู้คนในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวี 99%
ชั้นเคลือบโลหะภายในสามารถสะท้อนรังสีอินฟราเรดและรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียความร้อนภายในอาคารและรังสีอัลตราไวโอเลต จึงช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศและแสงสว่าง และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร รวมถึงยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารได้
เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยของอาคารสูง
ฟิล์มนิรภัยนี้สามารถทนต่อแรงดันลมของพายุไต้ฝุ่นระดับ 12 ได้ และยังคงสภาพเดิมเมื่อกระจกแตกเพื่อป้องกันไม่ให้เศษกระจกกระเด็นไปทั่ว
ฟิล์มกันแตกสำหรับกระจกอาคารรุ่นใหม่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในตลาด ด้วยประสิทธิภาพการป้องกันที่ยอดเยี่ยมและขอบเขตการใช้งานที่หลากหลาย ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในสถานที่สาธารณะ เช่น อาคารสูง ศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์กลางการขนส่งสาธารณะ รวมถึงพื้นที่ส่วนตัว เช่น บ้านพักอาศัยและวิลล่า ไม่ว่าจะเป็นการต้านทานแรงกระแทกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการป้องกันการทำลายและการโจรกรรม ฟิล์มกันแตกรุ่นใหม่นี้สามารถให้การปกป้องความปลอดภัยรอบด้านสำหรับอาคารได้
วันที่เผยแพร่: 28 เมษายน 2568
